Copy & Paste มาให้อ่านนะครับ.. :><br><br>==========================<br><br>ปลากัด ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens และมีชื่อสามัญว่า Siamese Fighting Fish เป็นปลาพื้นเมืองของไทยที่นิยมเพาะเลี้ยงเป็นเวลานานแล้ว ทั้งนี้เพื่อไว้ดูเล่นและเพื่อกีฬากัดปลาและเป็นที่รู้จักกันดีในต่างประเทศมานานเช่\ นกัน ปัจจุบันประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงปลากัดกันแพร่หลาย เนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้ง่าย จึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่หัดเริ่มเลี้ยงปลา ต้องการดูแลเอาใจใส่ไม่มากนัก และไม่จำเป็นที่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยมากเนื่องจากมีอวัยวะช่วยหายใจพิเศษที่เรียกว่า labyrinth โดยทำให้สามารถดึงออกซิเจนจากอากาศได้ ในธรรมชาติแล้วพบได้ทั่วไปในน้ำที่นิ่ง หรือน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ นอกจากนั้นพบในนาข้าว และกระจายทั่วไปในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลากัดเลี้ยงมีอายุเฉลี่ย 2 ปีหรือน้อยกว่า<br><br>ในปัจจุบัน การพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดกำลังเป็นที่ยอมรับ และได้รับความนิยมจากนักเลี้ยงปลากัดเพื่อความสวยงาม แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ปัจจุบันนี้ ปลากัดมีสีสรรสวยงามมากตั้งแต่ สีเหลืองทั้งตัว สีฟ้า Half moon มีเรื่องอ้างอิงกันมาถึงการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัด โดยใช้สภาพแวดล้อมเป็นตัวเหนี่ยวนำ ด้วยมีความเชื่อว่า ปลาที่มีสีสรรสวยงามต่าง ๆ นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการถ่ายทอดความรู้สึกของเพศเมีย ไปยังลูกปลา ได้มีการนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้ในบรรดานักเพาะปลาทั้งหลายโดยการวาดรูปปลากัดที่มีสีส\ รรตามที่ต้องการ เช่น สีเหลืองทั้งตัว ตั้งวางโดยรอบปลาเพศเมียในระหว่างที่ทำการเทียบคู่นั้น วิธีการนี้เรียกว่า Pseudo-breeding technique ถึงแม้ว่าจะไม่มีการพิสูจน์ออกมาทางวิชาการแต่ก็ได้รับการยืนยันจากนักเพาะเลี้ยงทั้\ งหลายว่า พบว่าคอกหนึ่ง ๆ ที่ได้ลูกปลาออกมานั้นจะมี 1 - 2 ตัวที่มีลักษณะเหมือนกับภาพที่วาดไว้ <br><br>สีสรรความงามของปลากัดสามารถแบ่งออกเป็นแบบต่าง ๆ ดังนี้<br><br>สีเดียว (Solid Colored Betta) เป็นสีเดียวทั้งครีบและตัว <br>สีผสม (Bi-colored Betta) ส่วนใหญ่จะมี 2 สีผสมกัน <br>สีผสมเขมร (Cambodia Colored Betta) <br>ลายผีเสื้อ (Butterfly Colored Betta) <br>ลายผีเสื้อเขมร (Combodian Butterfly Colored Betta) <br>ลายหินอ่อน (Marble Colored Betta) <br><br>การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากัด<br>เนื่องจากปลากัดเป็นปลาที่มีนิสัยก้าวร้าว ชอบต่อสู้เมื่ออายุประมาณ 1 1/2 - 2 เดือน การเลี้ยงปลาจึงจำเป็นต้องรีบแยกปลากัดเลี้ยงในภาชนะเพียง 1 ตัว ก่อนที่ปลามีพฤติกรรมต่อสู้กัน ภาชนะที่เหมาะสมที่สุดที่ควรนำมาใช้เลี้ยงปลากัด ได้แก่ ขวด (สุรา) ชนิดแบนบรรจุน้ำได้ 150 ซีซี เพราะสามารถเรียงกันได้ไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ การแยกเพศ จะสังเกตุเห็นว่า ปลาเพศผู้จะมีลำตัวสีเข้ม ครีบยาว ลายบนลำตัวมองเห็นชัดเจน และ ขนาดมักจะโตกว่าเพศเมีย ส่วนปลาเพศเมียจะมีสีซีดจาง มีลายพาดตามยาวลำตัว 2 - 3 แถบ และ มักจะมีขนาดเล็กกว่าปลาเพศผู้<br>น้ำที่ใช้เลี้ยงปลากัดต้องเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากค\ ลอรีน มีความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 6.5 - 7.5 มีความกระด้าง 75 - 100 มิลลิกรัม ต่อ ลิตร และ มีความเป็นด่าง 150 - 200 มิลลิกรัม ต่อ ลิตร ควรบรรจุน้ำลงในขวดเพียง 3/4 ขวด เพื่อเว้นช่องว่างให้อากาศได้สัมผัสกับผิวน้ำนอกจากนั้นสถานที่เลี้ยงปลากัดไม่ควรที\ ่จะเป็นที่โดนแสงแดดโดยตรง จะทำให้ปลาตายได้ในกรณีที่โดนความร้อนมาก อุณหภูมิที่เหมาะสมควรจะเป็น 25 - 28 องศาเซลเซียส <br><br>อาหารที่ใช้เลี้ยงปลา<br>ปลากัดเป็นปลาที่ชอบกินสัตว์น้ำขนาดเล็กที่มีชีวิต\ เป็นอาหาร สำหรับลูกปลาวัยอ่อนนิยมที่จะให้ไรแดงกรอง สำหรับอาหารที่เหมาะสมจะใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากัด ได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดง ไรสีน้ำตาล (Artemia) ที่มีชีวิต อาหารที่มีชีวิตที่ใช้เลี้ยงทุกครั้งควรล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น 500 - 1000 ส่วนในล้านส่วน (0.5 - 1.0 กรัม / ลิตร) เป็นเวลา 10 - 20 วินาที เพื่อฆ่าเชื่อโรคที่ติดมากับอาหารหลังจากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง<br><\ br>อาหารของปลากัดนอกจากใช้อาหารมีชีวิตแล้ว สามารถฝึกหัดให้ปลากินอาหารสำเร็จรูปได้อีกด้วย โดยค่อย ๆ ฝึกเปลี่ยนนิสัยในการกินอาหาร การให้อาหารควรให้วันละ 1 - 2 ครั้ง ให้ปริมาณที่พอดีปลากินอิ่ม การให้อาหารมากเกินไปอาจทำให้น้ำเน่าเสียได้จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องน้ำให\ ้มาก ข้อสังเกตการกินอาหารโดยปกติปลากัดกินอาหารประมาณ 5 นาที ในกรณีที่แยกขวดเลี้ยงปลากัดเป็นขวดละตัวแล้ว การให้อาหารนิยมที่จะใช้ลูกยางสีแดงที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไปดูดอาหารและใส่ที\ ละขวด จะทำให้สะดวกยิ่งขึ้น การถ่ายเทน้ำควรกระทำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง <br><br>To be continued....<br><br>===========================
อยากทราบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนการเลี้ยงการให้หาอาหารเลยครับ ขอบคุณมากครับ
ผมขอบทความด้วยครับ ernie_augsirikul@...
สาเหตุจากการติดเชื้อน่าจะมีมาจากสาเหตุ 2 อย่างคือน้ำและอาหาร
ไม่รู้ของท่านอื่นใช้วิธีใดนะครับ สำหรับตังผมเองหนักไปทางป้องกันมากกว่ารักษา เคยประสบกับเหตุการณ์อย่างนี้บ้างเหมือนกันแต่หลังๆโรคต่างๆก็เริ่มตีตัวออกห่างไปจะ\ มีบ้างก็พอควบคุมได้ ทั่วไปแล้วการเลี้ยงของผมเองก็ไม่แตกต่างจากคุณKraisornมากนักนะครับ แต่ที่ผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษ(ย้ำว่าของผมคนเดียวนะครับ) มี2ปัจจัยหลักครับ <br>1 น้ำผมจะเปลี่ยนบ่อยครับ(100%)อย่างน้อยอาทิตย์นึง2ครั้ง แต่อาจขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำในโหลปลาด้วยว่าสกปรกมากน้อยเพียงใดถ้ามากผมเปลี่ยนทันท\ ี โหลที่ผมใช้มีปริมาตรประมาณ1.5ลิตรครับ<br>แต่บอกก่อนนะครับที่ทำอย่างนี้ได้เพราะปล\ าผมเลี้ยงไม่เยอะ ถ้าใครมีเป็นร้อยตัวละก็งานช้างทีเดียว<br>2 อุณหภูมิครับเท่าที่สังเกตุสูงขึ้นจะeffect น้อย แต่ถ้าต่ำลงในเวลาอันสั้นนี่ไอ้อาการแบบที่กล่าวมักถามหา โดยเฉพาะถ้าเลี้ยงในห้องแอร์ อากาศบริเวณที่ตั้งโหลปลาก็มีส่วนระหว่างกลางวัน-กลางคืน ที่สำคัญอุณหภูมิของน้ำที่แตกต่างกันมากระหว่างน้ำเก่าและใหม่ตรงนี้เน้นนิดนึงนะครั\ บ ผมมักตั้งน้ำที่จะทำการเปลี่ยนไว้ใกล้ๆโหลปลาเพื่อให้อุณหภูมิมันเท่าๆกัน เคยสังเกตุมั๊ยครับว่าหน้าหนาวนี่ปลามักจะอ่อนแอเป็นพิเศษก็ตรงอุณหภูมินี่แหละผมว่า\ <br>ทั้งหมดนั่แค่ประสบการณ์ของผมคนเดียวนะครับ ไม่บังอาจบอกได้ว่าถูกต้อง100%แค่ออกความคิดเห็น อาจมีท่านผู้รู้ท่านอื่นที่มีความรู้จริงๆมาแก้ไขหรือนำเสนอเพิ่มเติมก็ยินดีรับฟังค\ รับ จะได้เป็นความรู้เพิ่มเติมกับตัวเองและท่านอื่นๆด้วย
ปลากัดที่ผมเริ่มเลี้ยงมาตั้งแต่ต้นปี 2543 จนถึงปัจจุบันก็เป็นระยะเวลาปีกว่า ผมสังเกตุว่า การตายของปลาของผม ( ประมาณ 90 % ) จะตายเพราะโรคเชื้อราครับ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าติดเชื้อมาได้ด้วยสาเหตุใด<br><br>อาการที่เกิดคือปลาจะมีลักษณะผ\ ิวเป็นปุยสีขาว คล้ายสำลีตามลำตัว หรือบางทีก็มีเส้นราเกิดขึ้น จากน้อยไปหามากเริ่มกระจายและทำอันตรายเนื้อเยื่อของปลาและสุดท้ายก็ตายอย่างน่าสงสา\ รที่สุดเลย <br><br>แรกๆไม่ทราบวิธีรักษา ต่อมาผมก็ลองใช้ยาต่างๆที่ระบุไว้ในหนังสือต่างๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยหายครับ สุดท้ายเทวดาก็เอาปลาผมไปสวรรค์อีก ใช้ มาลาไคท์ กรีนก็แล้ว ใช้เกลือแกงก็แล้ว ก็ไม่ค่อยได้ผล<br><br>ผมเลยอยากทราบว่าเชื้อพวกนี้มาติดปลาของผมได้อย่างไรครับ ผมให้ลูกน้ำที่แช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 1 วันแล้วก็ให้อาหารก็ล้างน้ำสะอาดก่อนทีหนึ่งแล้วจึงให้ เวลาเปลี่ยนน้ำก็ประมาณ 20-30 % ของทั้งหมด 2-3 อาทิตย์ก็จะเปลี่ยนโหลที่ใส่ น้ำที่ผมเปลี่ยนก็เป็นน้ำประปาที่ปล่อยทิ้งไว้ 2-3 วันแล้ว คลอรีนก็ไม่น่าจะมี ผมสังเกตุว่าปลาจะติดเชื้อก็คือช่วงที่มีการเปลี่ยนน้ำนี่แหละครับ แต่สิ่งที่ผมอยากทราบมากเลย คือเพราะเหตุใด และขั้นตอนใหนที่ผมทำผิดไปน่ะครับ<br><br>ปลาหลายตัวที่สวยๆ ( ความเห็นส่วนตัว ) ก็ตายเพราะสาเหตุนี้ บางทีเป็นตัวหนึ่งในครอกลูกปลา เลยติดกันเป็นแถบ แยกไม่ทัน ตายเยอะมากเลยครับ ช่วยบอกผมหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
ผมด้วยคนนะครับ ขอบคุณครับ betta@...
รบกวนช่วย Mail มาให้ผมด้วย. bualoy2000@....<br><br><br>สนใจปลากัด<br>Penang, Malaysia
อยากได้ครับ เมลล์ผม koraj11@...<br>เพิ่งเริ่มต้นหัดเลี้ยงครับ
ผม เห็นด้วยกับความคิดของคุณ goldenbetta นะครับ ผมเองก็เคยพยายามรวมเพื่อนๆที่ชอบเลี้ยงและสนใจที่จะพัฒนาปลากัด.. แต่รวมไม่ได้สักที มาเจอเว๊บนี้ผมว่าคงสามารถที่จะรวมเพื่อนๆได้สำเร็จแน่ แต่สำคัญขอให้ทำด้วยใจ...
ว้าว! เป็นmessage ที่ยาวและมีคุณค่าครับ เดิมทีผมนึกว่ามีแต่ผมที่รู้สึกแบบนี้อยู่คนเดียว อย่างน้อยผมรู้แล้วว่ายังมีคนที่คิดแบบเราอีกเยอะ ......มีใครอยากเป็นแนวร่วมนี้อีกก็ส่งเสียงมาได้นะครับ
ผมรู้สึกดีใจที่คุณได้สร้าง club ใน yahoo ขอให้มีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ จะได้มีคนมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ไม่แน่อาจรวมกลุ่มกันพัฒนาปลาแปลกๆใหม่ๆ ไปแข่งกับฝรั่งบ้าง ที่ว่าฝรั่งบอกว่าคนไทยไม่เก่งเรื่องการพัฒนาปลากัดผมว่าไม่จริงครับ ปลาจีน ปลาหม้อ ก็เพราะบรรพบุรุษเราพัฒนามาจนได้เป็นปลาที่มีสีสวย หางยาว แล้วพวกฝรั่งก็ไปพัฒนาต่อ ที่ปลากัดสวยงามเราไม่พัฒนาเพราะบ้านเรามัวแต่เอาปลากัดมากัดกันครับ ปลาเก่งรับรองไม่มีใครสู้ได้ ใน malaysia club ยังบอกเองเลยว่าหาปลาเก่งต้องของเมืองไทย นี่ขนาดเพียงแค่ไม่ถึง 2 ปี เราก็พัฒนาปลาที่มีหาง แตก 4 พวก fan tail ได้โดยไม่ใช้ปลาฝรั่ง ผมว่าก็เก่งมากแล้ว ถ้าเรื่องปลากัดเราได้เปรียบในฝรั่งเกือบทุกด้าน ขาดแต่การรวมตัวกันพัฒนา นิสัยคนไทยอย่างหนึ่งคือชอบเก็บความรู้ไว้ พวกหวงวิชา กลัวว่าคนอื่นจะเอาไปทำ ผมว่าน่าจะปลูกฝังความคิดใหม่ๆ ได้แล้ว ถ้าเราเก่งจริง ไม่ต้องกลัวครับ ปลาเราพัฒนาเองรู้สายพันธุ์มัน เราทำได้แล้วแบ่งให้คนอื่น ขายให้คนอื่น เอาไปพัฒนาต่อ ช่วยกันต่อยอด ยิ่งมีสมาชิกมาก( ต้องรักจริงนะครับ มองที่การพัฒนามากกว่ารายได้ พัฒนาได้ เงินมันก็มาเองครับ ) ปลาก็ยิ่งหลากหลาย ใครมีของดีก็มาแลกกัน ปลาจะได้ไม่เลือดชิดด้วย ขอให้มองที่การพัฒนานะครับ <br> ตอนนี้ผมว่าของเราดีๆ ไปอยู่เมืองนอกเยอะแล้ว ฝรั่งเอาไปก็ไปพัฒนาต่อ พี่ไทยพอขายได้ราคาถูกหน่อย ก็เลิกเห็นว่ามันไม่คุ้ม ยังจำกันได้ไหมครับว่าเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว โป้ยเซืยนดังระเบิด คงรู้จักหนึ่งในจักรวาลใช่ไหมครับ ไม้ต้นนี้ทำเงินเป็น สิบๆล้านเลย เปิดตัวครั้งแรก กิ่งเดียวเป็นแสน ใครรู้จักดวงนฤมลบ้าง ไม้ต้นนี้ได้รับรางวัล best in show จากการประกวดงานดอกไม้โลก ที่ ลอนดอน จากโป้ยเซียนข้างบ้านที่แทบไม่มีใครมองพัฒนาจนได้ต้นที่สวยสุดๆ เพราะการพัฒนาไม่ใฃ่หรือครับ ตอนนี้ในตลาดคงไม่มีใครไปเพื่อหาซื้อโป้ยเซียนกันแล้ว แต่กํยังมีขายกันอยู่บ้าง พวกที่หันไปทำสวนโป้ยเซียนตอนนั้นตอนนี้เลิกกันเป็นแถวๆ ทำตามกระแสก็งี้แหละ แล้วสวนโป้ยเซียนใหญ่ๆ เขาส่งไปขายที่ไหน ก็ญี่ปุ่น อเมริกา สิงคโปร์ บรูไน จีน ยุโรป ผมกลัวว่าอีกไม่นานคนไทยต้องซื้อโป้ยเซียนจากญี่ปุ่นเข้ามาขายแน่ๆเลย เมื่อซัก 3 ปีที่แล้ว พี่ผมบ้าโป้ยเซียนแบบสุดๆ ได้ยินว่ามีคนญี่ปุ่นจ้างคนไทยไปพ็ฒนาโป้ยเซียน ให้เงินเดือนเป็นแสน แต่ว่าไม้ที่พํฒนาได้ต้องเป็นของเขาทั้งหมด ถ้าจำไม่ผิดคนที่ได้รับการติดต่อ เค้าไม่ไปครับ ตอนนี้คงมีน้อยคนคิดจะพํฒนาโป้ยเซียนกันแล้ว น่าเสียดายจริงๆ แต่ตอนนี้ผมก็พัฒนาอยู่นะครับ ได้ไม้ดีๆหลายต้นเลย แต่ว่าต้องมาเรียนที่กรุงเทพ ทิ้งไว้ที่บ้านไม่รู้ว่าจะเหลือรอดซักเท่าไหร่ เพราะที่บ้านไม่มีใครเห็นความสำคํญของการพํฒนา ผมกลับไปต้องไปเปลี่ยนดินทุกที แต่ก็ยังดีที่มันยังรอดอยู่ สำหรับผมแม้ว่าใคร จะไม่เห็นคุณค่า หรือจะตีราคาคงไม่กี่บาท แต่ทุกอย่างมันมีคุณค่าในตัวของมันครับ มนุษย์เราต่างหากทีไปตีราคามัน <br> นอกเรื่องมาซะนาน อยากให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำครับ อย่าไปตามกระแส มองที่การพัฒนา ลองนีกดูนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทีวี โทรศัพท์ รถ รองเท้า ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องพัฒนาครับตลาดถึงอยู่ได้ ลองบริษัทมันไม่พัฒนารุ่นใหม่ๆออกมาซิครับ คู่แข่งก็เอาไปกินหมด มาพัฒนาปลากัดของเรากันเถอะครับ ให้มันรู้ไปเลยว่า คนไทยไม่เป็นรองใครในโลก เจ็บใจพวกฝรั่งนัก
แวะไปเยี่ยมชมกันได้ที่ <a href=http://www.siambetta.s5.com target=new>http://www.siambetta.s5.com</a> มีปลาออกจำหน่ายด้วยครับ เสียแต่ว่ามีแต่ภาษาอังกฤษ<br>เพราะผมไม่รู้ว่าจะทำให้เป็นภาษาไทยได้อย่างไร ไว้เรียนรู้เพิ่มเติมแล้วค่อยทำเพิ่มเติมแล้วกัน ขอบคุณครับ
ตามสัญญาครับส่งไปแล้ว ใจจริงอยากส่งให้ทุกคนเลยครับ นึกได้ว่าบางคนผมไม่ทราบ e-mail address เอาเป็นว่าใครอยากได้ mail มาบอกเป็นรายบุคคลแล้วกัน แล้วผมจะจัดส่ง mail ไปให้ครับ
รู้สึกยินดีครับที่ได้เห็นการเสนอแนวความคิดในแนวสร้างสรรค์ มันเหมือนเราทุกคนกำลังมีความสนุกกับงานอดิเรกที่เราทำอยู่ เราอาจเห็นปลากัดสายพันธุ์ใหม่ๆที่ breed โดยคนไทยออกไปสร้างชื่อเสียงกันบ้างเร็วๆนี้ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ตาม ทำให้มีมาตรฐานแล้วคนต่างชาติจะได้รู้ว่าเราคนไทยก็มีฝีมือ ผมเพิ่งได้ยินคนต่างชาติพูดครับ ว่าคนไทยเก่งแต่การเลี้ยงดู (เพราะเลี้ยงกันมานานเป็นร้อยปี) แต่การเพาะพันธุ์ให้สวยงามด้วยหลักวิชาการนั้นไม่ไปไหนเลย.......รู้สึกเคืองเหมือนก\ ันมาช่วยกันเปลี่ยนคำพูดแบบนี้กันดีกว่าครับ
ผมสนใจครับ คิดว่าถ้าเอา betta imbellis ที่เป็น Metalic Cheek เกล็ดเงาเหมือนที่คุณ Goldenbetta Post ให้ดู ( สวยมากเลย ) มาผสมกับ HM หรือ Crown Tail ลูกที่ออกมาน่าเป็นของใหม่ที่น่าสนใจ เกร็ดอาจจะเงาขึ้น อาจได้แก้มเขียวด้วย สรุปว่าสนใจครับ เดี๋ยวจะลองเอา Comb Tail ไปลองกับปลาป่าก่อนนะครับ ( Crown Tail สวยๆแพงอ่ะ เลยใช้ Comb Tail แทน.. ) สวัสดีครับ.. :>
ตอนนี้เห้น อ. คมเอา The Mask มาผสมกับปลาป่า ได้สีเกร็ดเป้นเงา สวยทีเดียว ไปดูที่ Album ผมสิครับ ถ่ายรูปมาฝากด้วย
สวัสดีครับ<br> ผมเองเริ่มสนใจปลากัดมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตอนเด็กๆก็เริ่มเลี้ยงปลากัดป่าใต้ ( betta imbellis ) จับเอาแถวๆบ้านนั่นแหละครับ ( ผมคนภูเก็ต ) ก็เลี้ยงเล่นๆ เห็นว่ามันสวยดี เลี้ยงง่าย ต่อมาก็ได้รู้จักกับปลากัดหม้อ ,กัดจีน เอามากัดเล่นบ้าง แต่ตอนนี้เลิกแล้วมันบาป เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ลองเข้าไปหาข้อมูลใน internet ก็ได้พบกับ ปลา halfmoon และ DT ลองไปเดินหาซื้อที่ JJ แต่ไม่มีใครรู้จัก แม้แต่ DT ก็ไม่มีขาย <br> จำได้ว่า DT เริ่มเข้ามาใน JJ เมื่อ ปีที่แล้ว ราวๆเดือนเมษา พฤษภา มีคนสนใจหาซื้อกันมาก จนตอนหลังทำกันออกมาเยอะจากแรกตัวละ เกือบ 2000 ตอนนี้แค่ 10 , 20 บาทก็หาซื้อกันได้แล้ว<br> ท่าทางตอนนี้ตลาดคงสนใจที่ปลา Halfmoon ,Crowntail , The mask ส่วนตัวผมสนใจปลาป่าแก้มเขียว ( Metalic Cheek ) เกล็ดเงา ผมว่าสีสันนั้นคงไม่มีปลากัดชนิดไหนเทียบได้ แต่เรื่องครีบและสีก็ยังต้องพัฒนาอีก ให้เขียวทั้งตัวและหัว ยิ่งถ้าครีบเป็นแบบ halfmoon หรือ crowntail ด้วย คงมันส์พิลึก แต่คงต้องพัฒนากันอีกหลายรุ่น ไม่ทราบว่าใครสนใจจะพัฒนากับผมบ้าง ของเก่าของเรานั้นสวยอยู่แล้ว แต่ยังขาดการพัฒนาครับ ช่วยกันต่อยอดจะได้ก้าวกันได้เร็ว ผมได้ post รูปไว้ลองเข้าไปดูที่คนอื่นเขาพัฒนากันนะครับ
ดูแลปลาของคุณอย่างใกล้ชิดหน่อยนะครับ<br>ด้วยความปรารถนาดีครับ
บทความที่คุณkraisornแนะนำที่จริงผมกำลังนำเสนอต่อจากLenglimที่กำลังจัดแจกเล่นๆใคร\ สนใจก็บอกผมแล้วกัน มาถึง บทความจากสิงค์โปร์ที่คุณkraisornแนะนำ ไปดูกันได้ครับที่ :<br><a href=http://www.geocities.com/betta_sg/Halfmoons.htm target=new>http://www.geocities.com/betta_sg/Halfmoons.htm</a><br>เป็นของ Alvinแห่ง Betta Flare ครับใน Singaporeเอง Alvin ไม่เป็นรองใครด้านHM เพราะได้ปลามาจาก Bonnie Mckinley แห่งBlack Magic Betta ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของHmในUSAสุดยอดอย่างไรดูได้ที่<br><a href=http://www.geocities.com/Heartland/Valley/7016/index.html target=new>http://www.geocities.com/Heartland/Valley/7016/index.html</a> น่าเสียดายปัจจุบันBonnieเลิกเลี้ยงไปแล้ว แต่สายพันธุ์HM ของBonnie ยังทรงอิทธิพลอยู่มากครับ ผมเองโชคดีได้ปลาจากAlvin มาแค่ตัวนึง ได้แต่หวังว่าจะเพาะได้เร็วๆนี้ สำหรับบทความดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษถ้าใครมีปัญหาด้านภาษาก็ปรึกษากันได้บ้างครับ ผมพองูๆปลาๆ ได้นิดหน่อย
ผมก็เห็นด้วยครับแต่ บางสิ่งบางอย่าง ผมยังไม่มีความรู้<br>มาก ในเรื่องสายพันธ์ปลา ยังสับสน เช่น<br>ST.ROYAL BLIE HM GENO และที่บอกว่าแตก 4<br>ถ้าเป็นไปได้หากมีใครที่รู้จริงเกี่ยวกับ ปลากัดประเภทต่าง ๆ ช่วงหารูปมาลงด้วย จะได้ไม่สับสนกันไงครับ<br>เมื่อวานนี้ผมก้โทรคุยกับคุณ ธนศักดิ์ ก็ได้ความรู้เรื่องการที่จะทำยังไงให้ลูกปลารอด ผมเป็นมือใหม่หัดขับ<br>ที่เพาะก็เฉพาะปลาจีน ,ปลาหม้อ ผสมกันบ้าง<br>ลงผิดลองถูก ยังไงลูกปลาที่เหลืออยู่ 5-6 คอกขอให้รอดจำนวนมาก ๆ เถอะ จะได้ผสมพัฒนาสายพันธ์ไปเรื่อย ๆ
รออยู่อย่างใจจดใจจ่อนะครับ ขอบคุณครับ<br>ปล : ผมไปเจอ article หนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเพาะ HM <br>โดยผู้เชี่ยวจากสิงค์โปร์มาครับ ไปดูกันได้ครับที่ :<br><a href=http://www.geocities.com/betta_sg/Halfmoons.htm target=new>http://www.geocities.com/betta_sg/Halfmoons.htm</a><br><br>ถ้าต้องการ\ แบบภาษาไทยที่ผมแปลเข้าใจเอง<br>รอหน่อยละกันนะครับ ( ไม่มีเวลาพิมพ์ตอนนี้ )<br>มาเป็นสมาชิกคลับนี้กับเถอะครับ .. :>
ผมกำลังจัดทำอยู่ เดิมทีว่าจะส่งให้คุณมาโนชตามที่ขอ แต่เห็นว่าน่าจะเมลล์แจกให้สมาชิกทุกคนเลยน่าจะดีกว่า ใช้เวลาในการจัดทำและแปลอยู่ เลยเสียเวลาบ้าง อย่างไรอดทนรอนิดหน่อยนะครับ บทความดังกล่าวเป็นของ Lenglim นักเพาะพันธุ์ HM ชั้นแนวหน้าของ IBC<br>อาจเคยผ่านตาบางคนบ้าง คิดว่าต้นอาทิตย์หน้าคงเสร็จครับ
idea ดีครับผมก็อยากให้มีการรวมตัวกันบ้าง เพราะคลับนี้จะเกิดได้ก็เนื่องจากการรวมตัวของสมาชิกครับ สว่นเรื่องการร่วมกันพัฒนาปลาร่วมกันนั้น การแลกเปลี่ยน ข้อมูล ความรู้ระหว่างสมาชิกด้วยกัน ถือเป็นสิ่งที่เราทำได้เลยครับ คนอื่นๆมีความคิดเห็นอย่างไรก็บอกกันบ้างนะครับ...... ;-)
ผมไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายหรอกนะครับ เพิ่งเรื่มสนใจและศึกษาจริงๆก็ประมาณปีเดียวเท่านั้นเอง<br>ทีนี้หลังจากที่สังเกตว่\ าได้มีการนำเข้าปลาจากต่างประเทศกันมาก ทั้งๆที่ปลากัดเป็นของคนไทยเรา<br>และหลังๆนี้คนไทยเรื่มตื่นตัว หันมาสนใจเพาะเลี้ยงปลากัดกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกส่วนตัวหรือทำขาย<br><br>ผมจึงมีความเห็นว่าเรามาตั้งกลุ่มพัฒ\ นากันที่คลับนี้กันดีหรือไม่ครับ มีอะไรดีๆก็มาบอกมากล่าวกัน ไม่ปิดบัง<br>มีปลาดีๆก็มาแลกกันขายกัน ช่วยกันพัฒนาในกลุ่มเราเอง และสุดท้ายทำได้ดีก็เริ่มขายกันสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ<br>เอาเฉพาะ member ในคลับนี้กันเอง มารู้จักกันไว้ มีใครเห็นด้วยบ้างหรือไม่ครับ ปลาส่วนตัวของผมตอนนี้คือ :<br><br>1. ST Royal Blue HM Geno ( แตกแค่ 4 เอง ฮือ.. ) + ST Steel Blue HM Geno ( แต่ 4 เช่นกัน )<br>ตอนนี้ลูกปลาอายุได้ 10 กว่าวันเองครับ โตขึ้นมาถ้าสวยจะเอามาแบ่งกันเอง ขายกันราคาถูกดีมั๊ยครับ<br>2. Comb Tail Royal Blue ( 140-150 องศา ) + ST Delta Steel Blue ( แตก 4 )<br>ลูกปลาอายุพอกันกับครอกข้างบนครับ ออกมาเยอะมาก แต่ผมคงทำอะไรผิดไป ตายเพียบเลยครับ ฮือ..<br><br>มีเท่านี้ล่ะครับตอนนี้ แต่กำลังจะเพาะอีกหลายคู่ครับ มาช่วยกันดีมั๊ยครับ เอาแค่พวกเรากันเองเท่านั้นสู่ตลาด.. :>
ปลาดังกล่าวเป็นลูกปลาชุดล่าสุดของเรา ที่กำลังจะออกจำหน่ายในเร็วๆนี้
เริ่มต้นด้วยการJoin this club แล้วลงรูปปลาของคุณมาแบ่งกันดูมั่งเน้อ
ง่ายๆครับแค่ click! ที่ join this club มุมบนขวาของหน้า<br>Home แล้วใส่ข้อมูลไปตามลำดับ เท่านี้คุณก็สามารถเข้าดูรูปหรือ ลงรูป(post) ที่คุณต้องการได้
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ ต้องขอออกตัวก่อนว่าผมเองก็เลี้ยงปลากัดเป็นงานอดิเรกเท่านั้น มิได้ทำเป็นอาชีพแต่อย่างใด อาจเหมือนหลายๆคน ที่ชื่นชมในความสวยงามของมัน เลยค้นคว้าหาข้อมูลในส่วนที่สนใจ โชคดีกว่าคนอื่นหน่อยตรงที่พอมีเพื่อนอยู่ต่างประเทศบ้างพอได้ไหว้วานในการเสาะหาปลา\ ที่มีลักษณะและสายเลือดที่ดีได้บ้างก็เท่านั้น <br>เข้าเรื่องดีกว่า รายละเอียดข้างล่างเป็นของลูกปลาที่ทำการจำหน่าย<br>Royal Blue Delta (Order Code : 241100-01)<br>DOB : 24 NOV 2001<br>Sire : Steel Blue Dt Hm Genotype<br>Dam : Turquoise St Hm Genotype <br>Price : 3,500-5,000 Bht/ STM <br><br>ครอกนี้ออกมาทั้งหมด 30 กว่าตัว ทั้งหมดสีน้ำเงิน Royal Blue (บางตัวมีสีแดงที่ตะเกียบเล็กน้อย) เป็นแบบหางเดี่ยว ตัวเมียมีจำนวนน้อยมาก จึงขออภัยด้วยที่จำเป็นต้องงดจำหน่ายตัวเมียครับ ตัวผู้ราว 10 กว่าตัว ถูกจองไว้ในนาม Breeder Reserve ที่เหลือผมออกขายเหลืออยู่ 4 ตัว ครับ จำนวนการแตกของก้านหางขณะนี้ แตก 4 ทุกก้าน คาดว่าเมื่อปลามีอายุมากกว่านี้คงแตกมากกว่านี้ บางตัวแตก 8 แล้ว มุมของหางโดยเฉลี่ยประมาณ 100-160 องศา ทั้งหมด carry ยีนส์ 2 หาง และ Melano (สีดำ)<br><br>พ่อปลาเป็นปลา 2 หาง สี Steel Blue Hm Genotype ก้านหางแตก 8 ทุกก้าน มีพี่น้องร่วมครอกหางเดี่ยวบางตัวหางกางถึง 180 องศา <br>แม่ปลาสีเขียว Turquoise Hm Genotype ก้านหางแตก 4 ทุกก้าน มุมหางหย่อน 180 องศา ไปนิดหน่อย แม่ปลาตัวนี้เกิดจาก พ่อปลา Hm Phenotype และตัวเมีย ระดับ Super Delta ซึ่งปลาคู่ดังกล่าวนี้ถือเป็น Hm Producer คู่ที่ดีที่สุดคู่หนึ่งของโลก เพราะให้ลูกทุกครอกมี True Hm มากกว่า 30% <br><br>สนใจสั่งซื้อหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ Thanasak 01-645-8350 หรือถ้าสะดวกโดย E-Mail : siambetta@... ก็ยินดีครับ ดูรูปโดยการclickคำว่าPhotosมุมบนซ้ายนะครับ<br>ขอบคุณครับ .Thanasak